* Art Horizon of Suchart Sawasdsri * โลกศิลปะของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี

บล็อกนี้แฟนคลับสร้างเป็นเกียรติแก่คุณ สุชาติ สวัสดิ์ศรี – ผู้ทรงคุณวุฒิทางวรรณกรรมแห่งตำนานโลกหนังสือและช่อการะเกด

‘ช่อการะเกด’ 56 (ฉบับเฉพาะกิจ)

‘ช่อการะเกด’ 56 (ฉบับเฉพาะกิจ)

กลับมาพบกันใหม่
‘รัฐประหารในสังคมไทย’ เร็วๆ นี้

ช่อ

Advertisements

บรรพสตรี – รวมเรื่องสั้นของศรีดาวเรือง

บรรพสตรี – รวมเรื่องสั้นของศรีดาวเรือง
สำนักพิมพ์สามัญชน
พิมพ์จำนวน 1.000 เล่มเท่านั้น

บรรพ

สุชาติ สวัสดิ์ศรี GM Magazine

สุชาติ สวัสดิ์ศรี GM Magazine, มีนาคม 2558

ฬ-P1010982

กลอนเปล่าชิ้นที่ 16 โดย ศรีดาวเรือง

กลอนเปล่าชิ้นที่ 16 ที่เขียนเมื่อ 27 ปีก่อน
โดย ศรีดาวเรือง

ศรีด  1

ก่อนลา
ศรีดาวเรือง

อายุ
ยืนยาว
อายุ
สั้นนัก
พลัง
แตกต่าง
ก่อนลา
ทั้งสอง
ต่อสู้
พอกัน

ล้าแรง
โรยใจ
อย่างไร
ก่อนลา
ทั้งสอง
วิงวอน
ร้องขอ
พักผ่อน
ก่อนลา

จากกัน

พิมพ์ครั้งแรก : นิตยสาร “ถนนหนังสือ” รายเดือน
ฉบับเดือนธันวาคม พ.ศ.2530
เรืองเดช จันทรคีรี บรรณาธิการ

หมายเหตุ :ถาพถ่าย โดย จิรภัทร อังศุมาลี
บ้านหนังสือในความทรงจำที่ทุ่งสีกัน ดอนเมือง พ.ศ.2530

กล้วย โดย ศรีดาวเรือง

กล้วย
“ศรีดาวเรือง”
งานเขียนแบบ”กลอนเปล่า” หรือ “เรื่องสั้น-สั้น” ชิ้นแรก เมื่อ 39 ปีก่อน

ศรี2

ฉันนอนหลับไปในยามอาทิตย์กล้า ก่อนหลับฉันอ่านความเงียบในใจ ในความหลับใหลฉันฝันไปว่าต้องไปพบคนในเมือง

ฉันรอคนที่นัดอยู่นานจึงได้พบ เขาชวนฉันออกไปจากเมือง เราเดินไปบนถนนใหญ่ ถนนที่แทรกตัวอยู่กลางป่าลึก นานๆ จะเห็นรถเก๋งคันสวยผ่านมา เขาโบกมือให้คนในรถ

แต่ฉันกลัว กลัวคนจะเห็น กลัวจะมีคนนำฉันกลับไป

เราเดินคุยกันอย่างมีความสุข ดูเหมือนเขาจะมีของกินอยู่ในมือ – กล้วย เขาแบ่งกล้วยให้ฉันกิน เขายังมีกล้วยอยู่ในย่ามอีก มันดูคล้ายกล้วยปิ้งที่เคี้ยวและคายออกมา เขาควักออกมาป้อนฉัน เรากินกันอย่างเอร็ดอร่อย เราเดินประคองกันไป เขาโอบกอดฉันอย่างถนอม ฉันโอบกอดเขาอย่างรักใคร่ ธรรมชาติในป่าน่าตื่นใจ ฉันเห็นกาหลงต้นโตใหญ่ใบเหมือนส้มเปรี้ยว ดอกสีขาว ขาวเด่น

แปลกนักที่ในความฝันมีแต่ดอกไม้สีขาว

ในป่า เราพบสาวชาวบ้านคนหนึ่ง เธอกำลังอาบน้ำ และพูดกับเขาว่า

“พี่จ๋า ถ้าฉันลืมความจน พี่จงนำคนหนุ่มสาวมารวมกัน”

ฉันนิ่งและเงียบฟัง

เมื่อตื่น ฉันช่วยซักเสื้อสีดำขาวให้เขา ฉันบอกเขาว่า

“ถ้าน้ำไม่ค่อยใสเสื้อคุณจะดำ”

เขาตอบว่า “ช่างเถอะ..มันเก่าจวนจะขาดแล้ว”

แต่ฉันรู้ ฉันรู้ว่า เสื้อตัวนี้ยังใหม่และราคาแพง มันเหมือนความจนในหมู่บ้านของฉันที่จากมา

หมายเหตุจากผู้เขียน : งานเขียนชิ้นแรกที่ฉันเขียนไปตามความฝัน เป็นความฝันที่นึกขึ้นมาได้เบลอๆ ช่วงเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2517 และเมื่อคนอยู่ใกล้ตื่นขึ้นมาพบในเช้าวันหนึ่ง เขาก็บอกว่าฉันเขียนหนังสือได้ นี่แหละรู้หรือเปล่าที่บางคนเขาเรียกว่า กลอนเปล่า บางทีก็เรียกว่า เรื่องสั้น-สั้น แต่ฉันยืนงง ไม่เข้าใจอะไรเลย อะไรคือกลอนเปล่า อะไรคือเรื่องสั้น-สั้น คนใกล้ตัวเอาไปอ่านแก้ไขภาษาให้บ้าง ตอนที่เขียนบนหน้ากระดาษสมุดฉีกนั้น ฉันเขียนโดยไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น และไม่มีชื่อเรื่อง เขียนไปเพราะคิดถึงบ้านนอกที่จากมา ที่นั่นเป็นชุมชนทำกล้วยตากขาย คนอยู่ใกล้ตั้ก็เลยตั้งชื่อเรื่องให้ว่า “กล้วย” และชมว่า “ใช้ได้ น่าจะส่งไปให้ที่ไหนสักแห่งนะ” และเขาก็แนะนำให้ส่งไปที่นิตยสาร “ปุถุชน “รายเดือน ที่มีคุณวินัย อุกฤษณ์ เป็นบรรณาธิการ ด้วยเหตุผลว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อยฉันเคยส่งเรื่องสั้นชื่อ “ชายผ้าเหลือง” และ”พ่อ”ไปที่นี่แล้ว ดังนั้นจะได้ใช้นามปากกาว่า ”ศรีดาวเรือง”ไปพร้อมกัน

งานเขียนเรื่อง”กล้วย”ในนามปากกา”ศรีดาวเรือง”ได้รับการพิมพ์ครั้งแรกที่นิตยสาร “ปุถุชน” ฉบับประจำเดือนมิถุนายน พ.ศ.2518 และนับเป็นงานเขียนแบบเรื่องสั้น-สั้น เรื่องแรก หรือที่คนใกล้ตัวเคยเรียกให้ฉันได้ยินเป็นครั้งแรกในชีวิตว่า “กลอนเปล่า”

กลอนเปล่าคืออะไร ฉันก็ยังไม่เข้าใจจนทุกวันนี้ แต่ฉันก็ได้เขียนอะไรๆแบบที่ไม่ต้องมีสัมผัสไว้อีกจำนวนมากกว่า 50 ชิ้น ซึ่งยังไม่ได้นำไปรวมพิมพ์เป็นเล่ม

“กล้วย” คืองานเขียนชิ้นแรกในลักษณะนี้ เขียนไปแล้วก็เหมือนยังไม่ค่อยกระจ่างมาจนบัดนี้ว่ามันคืออะไร แต่คนใกล้ตัวก็ให้กำลังใจว่า “ใช้ได้ เขียนหนังสือเป็นนี่ เขียนต่อไปอีกนะ..”

งานเขียนที่ถูกเรียกให้ได้ยินเป็นครั้งแรกว่า”กลอนเปล่า” หรือเรื่องสั้น-สั้น ชิ้นนี้ ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันผ่านเวลามาแล้ว 39 ปี

จินตนาการสามบรรทัด : ถนนสายนี้

su

ถนนสายนี้
ฤาสิ้นคนเห็น
ความเน่าใบ้,เฝ้าหลอน

จินตนาการสามบรรทัด : 2557

เสียงจากคนรักรถไฟ – สัมภาษณ์ โมน สวัสดิ์ศรี

โมน

เสียงจากคนรักรถไฟ
สัมภาษณ์ โมน สวัสดิ์ศรี
บางตอนจากนิตยสาร Way ฉบับที่ 76

ถาม-การเมืองมีส่วนกับระบบรถไฟมาตั้งแต่เมื่อไหร่
ตอบ-ตั้งแต่ปี 2493 สมัยจอมพล ป.ครั้งที่ 2 สมัยนั้นยังไม่มีรถทัวร์ นักการเมืองแต่ก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น มันมาแย่เอามากๆแบบดร็อปลงมาเลยสมัยรัฐบาลสฤาดิ์ การพัฒนาทุกอย่างตามอเมริกา เน้นไปที่ทางรถยนต์เป็นหลัก โดยระบบของรถไฟ คือการขนส่งคนจำนวนมากที่เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ แล้วรถยนต์เป็นเส้นเลือดฝอย แต่กลายเป็นว่า เราเอาเส้นเลือดฝอยมาเป็นเส้นเลือดใหญ่ พูดถึงการขนส่งสาธารณะ มันจะต้องกลับมาที่รถไฟ เพราะระบบการเดินทางมันมีปัญหา ก็คือเราหลงทางนั่นแหละ ตั้งแต่สมัยสฤษดิ์ไปยกเลิกรถไฟสายปากนํ้าทิ้งทั้งสาย แล้วสุดท้ายก็ต้องทำเอ็มอาร์ทีบนเส้นพระราม 4 นั่นคือวิ่งทับรถไฟสายปากนํ้า รถไฟสายแรกของไทยก็ไม่ใช่บีทีเอส แต่เป็นรถไฟสายปากนํ้านี่แหละ ซึ่งเป็นเรื่องทันสมัยมากที่เรามีรถไฟฟ้าใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่เราทิ้งมันหมดเลย ตอนนั้นเราพัฒนาแบบก้าวกระโดด คือไปเอาไฟฟ้ามาใช้เลย จะมี pantograp อยู่ข้างบน

ถาม– ทำไมเราเลือกเปลี่ยนจากรางขนาด 1.435 มาเป็น 1 เมตร
ตอบ– เท้าความนิดหนึ่ง สมัย ร.5 ที่มีการตอกหมุดที่หัวลำโพง นั่นก็ 1.435 เมตร ไปเชียงใหม่ ไปโคราช สั่งทำ 1 เมตรลงใต้ เพราะเราจำเป็นต้องติดต่อกับมลายูที่รางขนาด 1 เมตร สาเหตุที่ทำรางขนาด 1.435 เมตร เพราะรอบบ้านใช้รางขนาด 1 เมตรกันหมด แล้วเรากลัวโดนเชื่อม ก็เลยเลิกทำรางขนาด 1.435มาเปลี่ยนเป็น 1 เมตร ในสมัยกรมรถไฟหลวงยุคสุดท้าย เสร็จประมาณต้นรัชกาลที่ 7

ถาม-แต่เรามีแนวโน้มจะเปลี่ยนเป็นทางคู่ขนาด 1.435 มิลลิเมตรใช่ไหม
ตอบ-ผมว่าเขาอยากเปลี่ยน เพราะเขาอยากเชื่อมกับจีน พอเรามีปัญหากับทางยุโรป-อเมริกา เราเลือกคบจีน แล้วจีนอยากลงใต้ ต้องการแผ่อิทธิพลมาทางใต้ จีนฉลาดที่เลือกใช้การแผ่อิทธิพลของตัวเองผ่านรถไฟ แล้วดูสิ ธิเบตนี่เรียบร้อยจีนหมด เพราะรถไฟ
โมน 2

ถาม-คนที่ใช้รถไฟทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกเสพบรรยากาศหรือเปล่า
ตอบ– ไม่ถึงขนาดนั้น คนที่เป็นลูกค้ารถไฟ หนึ่ง-ชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ไม่มีทางเลือก สอง-ชินกับระบบของมัน ไม่ได้หมายความว่าชอบ แต่โอเค..รู้ว่าระบบมันเป็นอย่างนี้แล้วยอมรับได้ รถไฟบ้านเราส่วนหนึ่งที่ไม่โต ก็คือ ระบบขนส่งในต่างจังหวัดมีปัญหา หัวเมืองเรามีรถเมล์ไหม ไม่ค่อยมี เชียงใหม่มีแต่รถแดง ผมไปพิษณุโลกเจอแต่วินมอเตอร์ไซค์ พอระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่ใช่รถไฟมีปัญหา ก็ทำให้รถไฟมีปัญหาไปด้วย มันมีระบบ 2 ตัว ที่เรียกว่า door- to- door และ mass transit สำหรับ door- to -door หรือประตูถึงประตู ก็คือรถยนต์ เปิดประตูเข้าไปนั่ง พอออกมาก็ถึงเลย ส่วน mass transit ต้องมีหลายตัวช่วย มันไม่ใช่แค่รถสาธารณะเท่านั้น มันยังเป็นผังเมือง เป็นทางเท้า ทางจักรยาน ทุกอย่างที่จะทำให้รถไฟเจริญขึ้นได้ เราไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย และตรงนี้แหละที่ทำให้รถไฟไทยจมดิ่งไปเลย…

วิดีโองาน สุชาติ สวัสดิ์ศรี ก่อนเวลาลับหาย ‘Lost Memories’

ก่อนจาก

ก่อนนิทรรศการศิลปะ ครั้งที่ 7 “ก่อนเวลาลับหาย” ของสุชาติ สวัสดิ์ศรี จะจบลง
ท่านผู้สนใจสามารถไปพบและร่วมพูดคุยกับศิลปินได้ทุกวันที่งาน จนถึงวันที่ 30 สิงหาคมนี้
ณ ห้องแสดงงาน หอศิลป g23 มศว ประสานมิตร (งานจัดที่หอประชุม ชั้น 4)

ยฟ

ศิลปะไม่ลับหาย : สุชาติ สวัสดิ์ศรี

ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เวลา 15.00-15.30 น.

*ชมออนไลน์ทาง http://www.rsutv.tv หรือชมผ่านแอพพลิเคชั่น ดาวน์โหลดที่ AppStore และ PlayStore พิมพ์ RSU Wisdom TV

*ชมผ่านกล่องรับสัญญาณดาวเทียม PSI ช่อง 209, GMM Z ช่อง 72, Qsat ช่อง 249 และ InfoSat, iDeaSat, ThaiSAT, HiSattel และ LeoTech ช่อง 182

Post Navigation