* Art Horizon of Suchart Sawasdsri * โลกศิลปะของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี

บล็อกนี้แฟนคลับสร้างเป็นเกียรติแก่คุณ สุชาติ สวัสดิ์ศรี – ผู้ทรงคุณวุฒิทางวรรณกรรมแห่งตำนานโลกหนังสือและช่อการะเกด

Archive for the category “เสนาะโสตสิงห์”

บทเพลง “มัน”

10437680_1446002645676242_4928515659618306114_n

บทเพลง

“มัน”
คำร้องและทำนอง โดย “ศรีดาวเรือง”

“มัน”เอาเวลาของฉันไปพล่า
มันเอา “เวลา”ของฉันไปผลาญ
มันบอกแก่ฉันไว้ ตั้งแต่วันวาร
มันจะประหาร หากฉันไม่ให้ “เวลา”

“มัน”คือผู้ใด ที่ไหนกันเล่า
หน้าตาแสนเศร้า แต่ใส่หน้ากากจอมมาร
ชอบดึง ชอบทึ้ง เที่ยวระ เที่ยวราญ
ผู้ใดยืนกราน เจ้าจอมมาร ย่อมไม่พอใจ

“มัน”คือผู้ใด ที่ไหนกันแน่
ค้นตามจะแก้ แต่ไม่เจอใคร
ภาพที่ฉันเห็น กลับเป็นเพียง “ใจ”
ติดตามตัวไป ตั้งแต่เช้าจรดเช้าด้วยกัน

หมายเหตุ : แต่งคำร้องเมื่อ พ.ศ.2535 ร้องกันเล่นในครอบครัว ไม่เคยเผยแพร่
พิมพ์ครั้งแรก : นิตยสาร “ไรเตอร์”รายเดือน ปีที่ 2 ฉบับที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2537 : ขจรฤทธิ์ รักษา บรรณาธิการ

เพลงลูกทุ่งเตือนใจของ คำรณ สัมปุณณานนท์

จดหมายจาก บุญปักษ์ : อ.เมือง นครปฐม

ถาม – ผมอยากทราบชีวิตและงานของ คำรณ สัมบุณณานนท์ นักร้องเพลงลูกทุ่งยุคก่อน เห็นพี่
“สิงห์” สนใจเรื่องเพลง แต่ส่วนใหญ่เป็นเพลงสากล เลยอยากลองภูมิเพลงไทยดูบ้าง
(ผมล้อเล่นนะ)… ผมอยากรู้จริงๆ ครับ … เพิ่งไปซื้อเทปเพลงของเขามาฟัง ผมทราบว่าเขา
เป็นนักร้องลูกทุ่งรุ่นเก่าก่อนผมเกิด …. ขอประวัติเท่าที่ “สิงห์” ค้นได้ …

ตอบ – คำรณ สัมบุณณานนท์ เป็นนักเร้องลูกทุ่งการเมือง หรือถ้าเรียกในยุคนี้ก็คือ เพลงเพื่อชีวิต
นั่นเอง

คำรณ เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2467 ในครอบครัวที่ไม่เคยมีญาติพี่น้องเป็นนักร้องมาก่อน
สมัยที่เรียนหนังสือเขาก็ไม่คิดว่าจะเป็นนักร้อง เขาชอบหัดต่อยมวยมากกว่าหัดร้องเพลง
แต่รูปร่างที่ค่อนข้างหล่อเหลาทำให้ คำรณ ถูกทาบให้เป็นพระเอกหนังไทย และสร้าง
ความคลั่งไคล้ให้แฟนๆ ด้วยการร้องเพลงประกอบในภาพยนตร์เรื่องหนึ่งด้วยตนเอง
แนวทางชีวิตของเขาจึงค่อยเปลี่ยนไปสู่วงการดนตรี ผลงานเพลงลูกทุ่งการเมืองที่คำรณ
นำมาร้องส่วนใหญ่เป็นคำร้องที่แต่งโดย เสน่ห์ โกมารชุน (ถึงแก่กรรมแล้ว) ดาราตลกผู้
มาหลงเส่นห์การเมือง และมีความคิดไปในเชิงเห็นอกเห็นใจผู้ใช้แรงงาน

ยุค จอมพล ป. คำรณเคยร้องเพลง นักการเมือง คอยเตือนใจคนทั้งแผ่นดินให้ระวังพวก
นักการเมืองจอมปลอม เนื้อหาท่อนหนึ่งมีว่า

“… ผมขอวิงวอนราษฎรทั่วทั้งแผ่นดิน
อ้ายพวกชอบโกงชอบกิน
อ้ายพวกกังฉินอย่าเลือกเข้าไป
เลือกแต่คนดียังมีอีกมากมาย
แล้วพี่น้องจะสุขใจ
และพาชาติเรารุ่งเรือง …”

เป็นไงฮะ … ความหมายของมันยังใช้ได้กับปัจจุบัน แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 30 ปีก็ตาม
เพลงลูกทุ่งบางเพลงที่คำรณร้อง จะเป็นภาพสะท้อนเมืองไทยยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
ได้ด้วย เช่นเพลง ตำรวจไทย ที่เสน่ห์ โกมารชุน เป็นผู้แต่งเช่นกัน

“ … ครั้งก่อนสงคราม
อยู่ยามเขาแขวนกระบอง
คอยจับจ้องมองพวกผู้ร้ายย่องเบา
คดีเมื่อก่อนเดือดร้อนก็เพียงวิ่งราว
นับว่าคดีชั้นดาว
ต้องเกรียวกราวกันทั่วเมือง … ”

เป็นไงครับ … ภาพสังคมไทยยุคเก่า ตำรวจแขวนกระบองกับ “คดีชั้นดาว” เอามาเทียบ
กับยุค “เด็กฮาร์ด” กับ “คดีอ้ายเป๋” ที่โรงหนังนิวยอร์ค เห็นภาพไปคนละเรื่องเลย

ปี 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจ ไล่ป. (แปลก) ไล่ผ. (เผ่า) โดยให้ ส.(สฤษดิ์)
ขึ้นครองอำนาจ … คำขวัญ “ข้าพเจ้าผิดชอบผู้เดียว” ก็ดังกระหึ่ม

คำรณกับเสน่ห์ โกมารชุน เริ่มประสบกับปัญหาหลายด้าน เจ้าหน้าที่และเพื่อนพ้องบาง
คนคอยป่าวข่าวกลั่นแกล้งและบีบคั้นการทำมาหากินในแวดวงบันเทิง ดังนั้นคำว่า
“ศิลปินนอกคอก” จึงเป็นผลตอบแทนที่เขาทั้งสองถูกกล่าวหา

ตามเรื่องเล่า … คำรณเคยมาร้องเพลง สามล้อแค้น ที่เชิงสะพานพุทธท่ามกลางแฟนเพลง
แน่นขนัด เสน่ห์ โกมารชุน เป็นคนแต่งเนื้อร้องนี้ให้ เขาร้องกันเดี๋ยวนั้น เพราะรู้สึกชัง
น้ำหน้าจอมพลสฤษดิ์ที่สั่งห้ามอาชีพถีบสามล้อในกรุงเทพฯ การร้องเพลง สามล้อแค้น ที่
เชิงสะพานพุทธ มีผลต่อชีวิตศิลปินของคนทั้งสอง ขณะร้องยังไม่ทันจบ คำรณและเสน่ห์
ก็ถูกเจ้าหน้าที่สั่งปิดการแสดงทันที เนื้อเพลงบทนี้ไม่ทราบจะหาได้อีกหรือเปล่า เพราะ
เสน่ห์แต่งเพลงนี้ขึ้นมาสดๆ และให้คำรณร้องเดี๋ยวนั้นเลย เมื่อถูกรังควานจากผู้มีอำนาจ ก็
ย่อมเป็นธรรมดาในยุคของจอมพล ส. ที่เนื้อเพลงบทนี้ไม่อาจนำออกเปิดเผยในวงการเพลง
ยุคนั้นได้

ความบีบคั้นได้ทำให้ เสน่ห์ โกมารชุน เลิกแต่งเพลง และหันไปเล่นเป็นดาราตลก คำรณ
ก็หันเข้าหายาเสพติด และกลายเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ต้องประสบชีวิตอับเฉาในบั้นปลาย
เขาหายสาบสูญไปจากวงการเพลง ใช้ชีวิตอย่างทุกข์ยากและถึงแก่กรรมลงอย่างอนาถา
เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2512 โดยที่เขาหารู้ไม่ว่า อีก 4 ปีต่อมาเพลงเพื่อชีวิตของคนรุ่น
ใหม่ได้กระหึ่มขึ้นใจกลางเมืองเพื่อขบไล่เผด็จการ “ทายาทของคุณ ส.” เมื่อวันที่ 14
ตุลาคม 2516

(จากหนังสือ สิงห์สนามหลวง ตอบปัญหาชีวิตและวรรณกรรมเล่ม 2, 2529)

Post Navigation